ส่องกล้องทางเดินอาหาร ไม่เจ็บอย่างที่คิด ตรวจง่าย ปลอดภัย
ส่องกล้องทางเดินอาหาร
ไม่เจ็บอย่างที่คิด ตรวจง่าย ปลอดภัย
คุณ "มีอาการเหล่านี้" อยู่หรือเปล่า? 😟
โรคทางเดินอาหารอาจปรากฏอาการแสดงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ท้องผูก หรือ ท้องเสียเรื้อรัง จุกแน่นลิ้นปี่ ท้องอืด ท้องเฟ้อ กลืนลำบาก น้ำหนักลด เหล่านี้ล้วนเป็น "สัญญาณอันตราย" ที่ควรได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการส่องกล้องทางเดินอาหารมีความก้าวหน้าอย่างมาก สามารถช่วยตรวจและวินิจฉัยโรคต่างๆ ในระบบทางเดินอาหารได้อย่างแม่นยำ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนเรื้อรัง ติ่งเนื้อในกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ นิ่วในทางเดินน้ำดี ท่อน้ำดีอุดตัน เป็นต้น
⚠️ข้อแนะนำ & สัญญาณเตือนที่ควรตรวจด่วน
อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่
ปวดท้องร่วมกับเลือดจาง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร หรือก้อนเนื้อที่ทำให้เกิดเลือดออก
ปวดท้องร่วมกับน้ำหนักลดลง อย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
กลืนลำบาก และเจ็บขณะกลืน เป็นสัญญาณของความผิดปกติในหลอดอาหาร
ปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด หรืออาเจียนบ่อย รวมถึงอาเจียนเป็นเลือด
ท้องเสียสลับท้องผูก ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือสีดำ โดยที่ไม่ได้เกิดจากการรับประทานยา
🔍
ส่องกล้องทางเดินอาหาร ตรวจอะไรได้บ้าง?
การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารมีหลายแบบ แต่ที่พูดถึงกันบ่อยๆ มักมีอยู่ 3 แบบ โดยใช้กล้องที่มีสายยาวสอดเข้าไปทางปากหรือทวารหนัก แบ่งเป็น:
1. การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน
(Gastroscopy : EGD)
การส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กที่มีความสามารถปรับโค้งงอและมีเลนส์ขยายภาพ ส่องเข้าไปตั้งแต่ปากจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น การอักเสบ แผล เนื้องอก หรือการตีบตันของอวัยวะ
2. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
(Colonoscopy)
ใช้กล้องส่องผ่านทางทวารหนัก เพื่อตรวจลำไส้ใหญ่ตลอดความยาว มักใช้กับผู้ที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย (ท้องผูก ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด) สิ่งที่มักตรวจพบคือ ลำไส้อักเสบ ริดสีดวง ติ่งเนื้อ และเนื้องอก *แนะนำให้ผู้สูงอายุตรวจเป็นประจำทุก 5-10 ปี
3. การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน
(ERCP)
เป็นการส่องกล้องผ่านทางปากจนถึงท่อเปิดของน้ำดีในลำไส้เล็ก จากนั้นฉีดสารทึบแสงและเอกซเรย์ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ รวมถึงสามารถให้การ "รักษา" การอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีหรือท่อตับอ่อนได้ในคราวเดียวกัน
