Header

ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือสุขภาพที่ดีที่พ่อแม่มอบให้

พญ. ขจีวรรณ อุดมโสภกิจ

ตรวจสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

ในโลกปัจจุบัน เด็กต้องเติบโตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งมลภาวะ อาหารแปรรูป การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน การนอนหลับไม่เพียงพอ และกิจกรรมทางกายที่ลดลง สิ่งเหล่านี้อาจไม่แสดงผลชัดเจนในวันนี้ แต่กำลังค่อย ๆ สร้างรากของปัญหาสุขภาพในอนาคตอย่างเงียบ ๆ

เด็กในปัจจุบันเผชิญความเสี่ยงอะไรบ้าง?

เด็กยุคใหม่เติบโตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงมากกว่าที่เคยเป็นมา เช่น

  • มลภาวะ PM2.5
  • อาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันสูง
  • การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ
  • การออกกำลังกายน้อยลง

ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่ทำให้ป่วยในวันนี้ แต่กำลังค่อย ๆ วางรากฐานของโรคในอนาคต

แต่หลายโรคที่พบในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้เริ่มต้นในวัยผู้ใหญ่ แต่เริ่มก่อตัวตั้งแต่วัยเด็ก เช่น

  • โรคอ้วนและเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ
  • ปัญหาการเรียนรู้และสมาธิ
  • ภาวะซึมเศร้าและความเครียดเรื้อรัง

การดูแลสุขภาพลูกจึงไม่ควรเริ่มเมื่อมีอาการป่วย แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ลูกยังแข็งแรง เพื่อ “ตัดวงจรความเสี่ยง” ก่อนที่โรคจะมีโอกาสก่อตัว

สุขภาพในอนาคต ถูกกำหนดตั้งแต่วัยเด็ก

ร่างกายและสมองของเด็กอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทุกโภชนาการ ทุกพฤติกรรม และทุกสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับ ล้วนส่งผลต่อโครงสร้างของร่างกายในระยะยาว

หากเด็กได้รับอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เซลล์ไขมัน ระบบเผาผลาญ และฮอร์โมนจะถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานผิดสมดุลตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของโรคเรื้อรังในอนาคต

ในขณะเดียวกัน เด็กที่มีปัญหาสายตา การได้ยิน หรือพัฒนาการ หากไม่ได้รับการตรวจพบและแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตไปตลอดชีวิต

การรู้ทันสุขภาพตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือการกำหนดทิศทางชีวิตของลูกในระยะยาว

“ความเสี่ยง” มักมาเงียบกว่าที่คิด

หลายครอบครัวเข้าใจว่า หากลูกยังวิ่งเล่นได้ กินได้ และไม่แสดงอาการผิดปกติ แปลว่าสุขภาพดี แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงซึ่งนำมาสู่โรคหลายอย่าง ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น เช่น

  • เด็กที่มีภาวะดื้ออินซูลินในระยะต้น ยังไม่แสดงอาการ แต่เป็นจุดเริ่มของเบาหวาน
  • เด็กที่ขาดธาตุเหล็กหรือวิตามิน อาจยังดูแข็งแรง แต่สมองอาจพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ
  • เด็กที่สายตาสั้นหรือมีปัญหาการได้ยินเล็กน้อย อาจไม่รู้ตัว แต่ส่งผลต่อการเรียนรู้ในห้องเรียน
  • เด็กที่เครียดหรือกดดัน อาจไม่ร้องไห้ แต่สะสมปัญหาทางอารมณ์ในระยะยาว

เมื่ออาการปรากฏชัด มักหมายถึงปัญหาได้พัฒนาไปไกลแล้ว การตรวจและประเมินสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการ “มองเห็นสิ่งที่ตาเปล่าไม่เห็น”

การรู้เร็ว คือการป้องกันที่ดีที่สุด

การรู้ทันสุขภาพลูกตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้สามารถ

  • ปรับโภชนาการและพฤติกรรมก่อนเกิดโรค
  • ดูแลและกระตุ้นพัฒนาการได้ตรงจุด
  • ลดความรุนแรงของโรคหากเกิดขึ้นในอนาคต
  • เพิ่มโอกาสให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีศักยภาพเต็มที่

ในทางการแพทย์ การป้องกันและการตรวจคัดกรองมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้วเสมอ

เพราะอนาคตของลูก เริ่มต้นจากการดูแลในวันนี้

การดูแลสุขภาพลูก ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อป่วย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต อนาคตที่ลูกจะเรียนรู้ได้ดี แข็งแรง อารมณ์มั่นคง และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ยิ่งเริ่มรู้เร็วเท่าไร ยิ่งลดความเสี่ยงได้มากเท่านั้น และนั่นคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พ่อแม่สามารถมอบให้ลูกได้ 

ถาม–ตอบ เรื่องสุขภาพเด็ก 

Q: เด็กควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?
A: แนะนำให้ตรวจสุขภาพและประเมินพัฒนาการตามช่วงอายุที่มารับวัคซีน  เด็กโตควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

Q: เด็กดูแข็งแรง จำเป็นต้องตรวจไหม?
A: จำเป็น เพราะหลายโรคในเด็กไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจช่วยค้นหาความเสี่ยงก่อนป่วย

Q: การตรวจสุขภาพช่วยป้องกันโรคได้อย่างไร?
A: แพทย์สามารถปรับโภชนาการ วัคซีน และแผนดูแลก่อนที่โรคจะเกิดขึ้นจริง

Q: ใครควรพาลูกมาตรวจสุขภาพ?
A: ผู้ปกครองของเด็กทุกวัย โดยเฉพาะเด็กที่ป่วยบ่อย เรียนรู้ช้า หรือไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน

Q: เด็กควรเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

A: เด็กควรเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่แรกเกิด และควรตรวจอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงวัยเด็ก เพราะร่างกายและสมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 0–12 ปี การตรวจตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้แพทย์สามารถค้นหาความเสี่ยงด้านโภชนาการ พัฒนาการ ภูมิคุ้มกัน และโรคเรื้อรังได้ก่อนที่จะเกิดอาการผิดปกติ

โดยทั่วไปแนะนำให้

  • เด็กเล็ก (0–5 ปี) ตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และช่วงอายุที่มารับวัคซีน
  • เด็กวัยเรียน (6–12 ปี) ตรวจปีละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินการเจริญเติบโต สายตา การได้ยิน และพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และคัดกรองความเสี่ยงโรคตามช่วงวัย

 

คลิกเพื่อสอบถามเพิ่มเติม



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกกุมารเวช

สถานที่

ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

เวลาทำการ

08:00 - 20:00 น.

เบอร์ติดต่อ

053-582-888

แพทย์ประจำศูนย์
นพ. ภควัต อยู่เย็น

เวชศาสตร์ฉุกเฉิน

พญ. เมธาวี คงสุภาพศิริ

อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา

นพ. ภูมิพัฒน์ โล่ห์สุริยะ

อายุรแพทย์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจ