ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือสุขภาพที่ดีที่พ่อแม่มอบให้
ในโลกปัจจุบัน เด็กต้องเติบโตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งมลภาวะ อาหารแปรรูป การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน การนอนหลับไม่เพียงพอ และกิจกรรมทางกายที่ลดลง สิ่งเหล่านี้อาจไม่แสดงผลชัดเจนในวันนี้ แต่กำลังค่อย ๆ สร้างรากของปัญหาสุขภาพในอนาคตอย่างเงียบ ๆ
เด็กในปัจจุบันเผชิญความเสี่ยงอะไรบ้าง?
เด็กยุคใหม่เติบโตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงมากกว่าที่เคยเป็นมา เช่น
- มลภาวะ PM2.5
- อาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันสูง
- การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
- การนอนหลับไม่เพียงพอ
- การออกกำลังกายน้อยลง
ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่ทำให้ป่วยในวันนี้ แต่กำลังค่อย ๆ วางรากฐานของโรคในอนาคต
แต่หลายโรคที่พบในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้เริ่มต้นในวัยผู้ใหญ่ แต่เริ่มก่อตัวตั้งแต่วัยเด็ก เช่น
- โรคอ้วนและเบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- ภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ
- ปัญหาการเรียนรู้และสมาธิ
- ภาวะซึมเศร้าและความเครียดเรื้อรัง
การดูแลสุขภาพลูกจึงไม่ควรเริ่มเมื่อมีอาการป่วย แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ลูกยังแข็งแรง เพื่อ “ตัดวงจรความเสี่ยง” ก่อนที่โรคจะมีโอกาสก่อตัว

สุขภาพในอนาคต ถูกกำหนดตั้งแต่วัยเด็ก
ร่างกายและสมองของเด็กอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทุกโภชนาการ ทุกพฤติกรรม และทุกสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับ ล้วนส่งผลต่อโครงสร้างของร่างกายในระยะยาว
หากเด็กได้รับอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เซลล์ไขมัน ระบบเผาผลาญ และฮอร์โมนจะถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานผิดสมดุลตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของโรคเรื้อรังในอนาคต
ในขณะเดียวกัน เด็กที่มีปัญหาสายตา การได้ยิน หรือพัฒนาการ หากไม่ได้รับการตรวจพบและแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตไปตลอดชีวิต
การรู้ทันสุขภาพตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือการกำหนดทิศทางชีวิตของลูกในระยะยาว
“ความเสี่ยง” มักมาเงียบกว่าที่คิด
หลายครอบครัวเข้าใจว่า หากลูกยังวิ่งเล่นได้ กินได้ และไม่แสดงอาการผิดปกติ แปลว่าสุขภาพดี แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงซึ่งนำมาสู่โรคหลายอย่าง ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น เช่น
- เด็กที่มีภาวะดื้ออินซูลินในระยะต้น ยังไม่แสดงอาการ แต่เป็นจุดเริ่มของเบาหวาน
- เด็กที่ขาดธาตุเหล็กหรือวิตามิน อาจยังดูแข็งแรง แต่สมองอาจพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ
- เด็กที่สายตาสั้นหรือมีปัญหาการได้ยินเล็กน้อย อาจไม่รู้ตัว แต่ส่งผลต่อการเรียนรู้ในห้องเรียน
- เด็กที่เครียดหรือกดดัน อาจไม่ร้องไห้ แต่สะสมปัญหาทางอารมณ์ในระยะยาว
เมื่ออาการปรากฏชัด มักหมายถึงปัญหาได้พัฒนาไปไกลแล้ว การตรวจและประเมินสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการ “มองเห็นสิ่งที่ตาเปล่าไม่เห็น”
การรู้เร็ว คือการป้องกันที่ดีที่สุด
การรู้ทันสุขภาพลูกตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้สามารถ
- ปรับโภชนาการและพฤติกรรมก่อนเกิดโรค
- ดูแลและกระตุ้นพัฒนาการได้ตรงจุด
- ลดความรุนแรงของโรคหากเกิดขึ้นในอนาคต
- เพิ่มโอกาสให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีศักยภาพเต็มที่
ในทางการแพทย์ การป้องกันและการตรวจคัดกรองมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้วเสมอ
เพราะอนาคตของลูก เริ่มต้นจากการดูแลในวันนี้
การดูแลสุขภาพลูก ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อป่วย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต อนาคตที่ลูกจะเรียนรู้ได้ดี แข็งแรง อารมณ์มั่นคง และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
ยิ่งเริ่มรู้เร็วเท่าไร ยิ่งลดความเสี่ยงได้มากเท่านั้น และนั่นคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พ่อแม่สามารถมอบให้ลูกได้
ถาม–ตอบ เรื่องสุขภาพเด็ก
Q: เด็กควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?
A: แนะนำให้ตรวจสุขภาพและประเมินพัฒนาการตามช่วงอายุที่มารับวัคซีน เด็กโตควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
Q: เด็กดูแข็งแรง จำเป็นต้องตรวจไหม?
A: จำเป็น เพราะหลายโรคในเด็กไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจช่วยค้นหาความเสี่ยงก่อนป่วย
Q: การตรวจสุขภาพช่วยป้องกันโรคได้อย่างไร?
A: แพทย์สามารถปรับโภชนาการ วัคซีน และแผนดูแลก่อนที่โรคจะเกิดขึ้นจริง
Q: ใครควรพาลูกมาตรวจสุขภาพ?
A: ผู้ปกครองของเด็กทุกวัย โดยเฉพาะเด็กที่ป่วยบ่อย เรียนรู้ช้า หรือไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน
Q: เด็กควรเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
A: เด็กควรเริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่แรกเกิด และควรตรวจอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงวัยเด็ก เพราะร่างกายและสมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 0–12 ปี การตรวจตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้แพทย์สามารถค้นหาความเสี่ยงด้านโภชนาการ พัฒนาการ ภูมิคุ้มกัน และโรคเรื้อรังได้ก่อนที่จะเกิดอาการผิดปกติ
โดยทั่วไปแนะนำให้
- เด็กเล็ก (0–5 ปี) ตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และช่วงอายุที่มารับวัคซีน
- เด็กวัยเรียน (6–12 ปี) ตรวจปีละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินการเจริญเติบโต สายตา การได้ยิน และพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และคัดกรองความเสี่ยงโรคตามช่วงวัย
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกกุมารเวช
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 20:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888