ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อาการเป็นอย่างไร ต่างจากไข้เลือดออกไหม
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อาการเป็นอย่างไรต่างจากไข้เลือดออกไหม?
ตัวร้อน ปวดเนื้อปวดตัว ไอ น้ำมูกไหล อาการแบบนี้เป็นได้หลายโรค ทั้งหวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และในช่วงหน้าฝนก็อาจเป็นไข้เลือดออกได้ด้วย บทความนี้จะพาไปรู้จักไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ให้ชัดขึ้น
🦠 ไข้หวัดใหญ่คืออะไร แล้วสายพันธุ์ A คือตัวไหน
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งมี 3 ชนิด คือ A, B และ C ชนิด A และ B คือตัวหลักที่ทำให้คนป่วยกันเป็นวงกว้างในแต่ละปี โดย B มักป่วยเบากว่า A ส่วน C พบน้อยและอาการไม่หนัก
สายพันธุ์ A ถูกพูดถึงบ่อย เพราะเจอได้มากและกระจายเร็ว ทั้งยังแยกเป็นสายย่อยอีกหลายตัว ที่เจอบ่อยคือ H1N1 กับ H3N2 ตัวอักษร H และ N เป็นชื่อโปรตีนสองชนิดบนผิวไวรัส ถ้าโปรตีนเปลี่ยนไป ไวรัสก็กลายเป็นสายย่อยใหม่ ใครที่เคยป่วยมาก่อนอาจมีภูมิคุ้มกันไม่พอรับมือตัวใหม่
🤒 อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นอย่างไร
ไข้หวัดใหญ่มักมาแบบไม่ให้ตั้งตัว ตัวร้อนขึ้นเร็ว ปวดเมื่อยไปทั้งตัว ปวดหัว และเพลียจนไม่อยากทำอะไร จากนั้นอาการทางจมูกและคอก็ตามมา ทั้งไอ เจ็บคอ น้ำมูกใส และอาจกินอะไรไม่ลง
🤧 หวัดธรรมดา
มักค่อย ๆ เริ่มจากมีน้ำมูก หรือคันคอเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เป็นมากขึ้น อาการมักไม่รุนแรงถึงขั้นล้มหมอนเสื่อ
😷 ไข้หวัดใหญ่
จะรู้สึกป่วยหนักตั้งแต่วันแรก ๆ ไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัว และแม้ไข้ลงแล้ว อาการไอและเพลียก็อาจยังอยู่ต่ออีกหลายวัน
คนที่แข็งแรงดีส่วนใหญ่หายได้เองด้วยการพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ แต่บางกลุ่มอาจป่วยหนักกว่าคนอื่น ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด และเบาหวาน
แบบไหนต้องไปหาหมอ ไม่ควรรอดูอาการ?
บางครั้งไข้หวัดใหญ่ก็ไม่จบแค่ไข้ ไวรัสอาจลงไปที่ปอดจนเป็นปอดอักเสบ ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรไปพบแพทย์ทันที:
- หายใจเร็ว หอบ เหนื่อยผิดปกติ หรือเจ็บหน้าอก
- ซึมลง สับสน หรือปลุกตื่นยาก
- ไข้ไม่ลง หรือไข้ลงแล้วกลับขึ้นสูงอีก
- กินน้ำไม่ได้ อาเจียนมาก
- ในเด็ก: ถ้าริมฝีปากเขียวคล้ำ ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ หรืองอแงผิดปกติ
⚖️ ไข้หวัดใหญ่ กับ ไข้เลือดออก ไข้สูงเหมือนกันแต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน
ช่วงหน้าฝนคนมักนึกถึงไข้เลือดออกด้วย เพราะทั้งสองโรคเริ่มจากไข้เหมือนกัน แต่ต้นเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง สองโรคนี้อาการคล้ายกันจนแยกยากมาก ถ้ามีไข้สูงแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร ไปตรวจกับแพทย์จะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด
🦠 ไข้หวัดใหญ่
- การติดต่อ: ติดผ่านละอองน้ำลายและน้ำมูกที่ลอยในอากาศตอนไอหรือจาม
- อาการ: อาการมักอยู่ที่จมูกและลำคอเป็นหลัก มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ ร่วมกับไข้สูง
- จุดสังเกต: มักมีอาการทางเดินหายใจนำมาก่อน หรือร่วมกับอาการปวดเมื่อย
🦟 ไข้เลือดออก
- การติดต่อ: ติดจากยุงลายกัด ไม่ได้ติดจากการไอจามใส่กัน
- อาการ: ไข้สูง ปวดหัว ปวดรอบดวงตา ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ บางคนมีผื่นขึ้น
- จุดสังเกต: ไอและน้ำมูกมักไม่ใช่อาการหลัก สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ "ตอนที่ไข้ลง" อาจเป็นช่วงที่อาการกลับหนักขึ้น
ข้อควรระวัง: ในผู้ป่วยไข้เลือดออก หากไข้ลงแล้วมีอาการปวดท้องมาก อาเจียนบ่อย เลือดออกผิดปกติ มือเท้าเย็น หรืออ่อนแรงมาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที และ ห้ามซื้อยาแก้ปวด/ลดไข้กินเองเด็ดขาด ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
🛡️ ป่วยแล้วดูแลตัวเองอย่างไร และป้องกันได้อย่างไร
ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้พักผ่อนเยอะ ๆ ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ และอยู่บ้านจนกว่าจะหายดี ถ้าต้องอยู่ใกล้คนอื่นให้สวมหน้ากากอนามัย จะได้ไม่แพร่เชื้อต่อ เรื่องยาให้ใช้ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ โดยเฉพาะกับเด็ก ไม่ควรซื้อยามาให้กินเอง
สุขอนามัยส่วนตัว
การป้องกันเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ล้างมือบ่อย ๆ ปิดปากเวลาไอจาม ไม่ใช้แก้วน้ำหรือช้อนร่วมกัน และหลีกเลี่ยงที่คนแออัด
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
อีกวิธีที่ช่วยได้มากคือการฉีดวัคซีนทุกปี ช่วยลดโอกาสป่วย และถ้าป่วยก็มักไม่หนัก ควรปรึกษาแพทย์
💬 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q เคยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว เป็นซ้ำได้ไหม?
เป็นซ้ำได้ เพราะไวรัสมีหลายสายและเปลี่ยนตัวอยู่เสมอ ภูมิที่ได้จากการป่วยครั้งก่อนจึงอาจกันสายใหม่ได้ไม่ครบ
Q ฉีดวัคซีนแล้วยังป่วยได้ไหม?
ยังป่วยได้ แต่ส่วนใหญ่อาการจะเบากว่า และมีโอกาสป่วยหนักน้อยลง วัคซีนต้องใช้เวลาสร้างภูมิคุ้มกัน จึงควรฉีดก่อนช่วงที่คนป่วยเยอะ
Q ต้องตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ทุกครั้งที่มีไข้หรือเปล่า?
ไม่จำเป็นทุกราย แพทย์จะดูจากอาการ ความเสี่ยงของแต่ละคน และสถานการณ์การระบาดในช่วงนั้นว่าควรตรวจหรือไม่
Q ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องกินยาต้านไวรัสทุกคนไหม?
ไม่ต้องทุกคน แพทย์จะเป็นคนตัดสินใจจากอาการและความเสี่ยงของแต่ละคน จึงไม่ควรหาซื้อยากินเอง
Q ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ไปทำงานหรือไปโรงเรียนได้ไหม?
ควรพักอยู่บ้านจนหายดี เพราะอาจแพร่เชื้อให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเสี่ยงป่วยหนักกว่าคนทั่วไป
Q ไข้ลงแล้วทำไมยังรู้สึกเพลียอยู่?
หลังป่วยร่างกายต้องใช้เวลาฟื้นตัว จึงอาจยังเพลียหรือไออยู่ได้อีกระยะ ควรพักผ่อนให้พอ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรไปพบแพทย์
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกอายุรกรรมทั่วไป
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 20:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888