🔍 โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามกลไกการเกิดโรค

โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามกลไกการเกิดโรค ซึ่งการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องตรวจภาพสมองด้วย CT หรือ MRI ก่อนเริ่มรักษาทุกครั้ง

80-85%
🩸 เส้นเลือดสมองตีบและตัน
(Ischemic Stroke)

หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบแคบหรืออุดตัน ทำให้เนื้อสมองขาดเลือด พบประมาณ 80–85% ของผู้ป่วยทั้งหมด

เนื้อสมองต้องการออกซิเจนและน้ำตาลจากเลือดอย่างต่อเนื่อง เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่ได้ เซลล์สมองจะเริ่มตายภายในเวลาไม่กี่นาที สาเหตุแบ่งได้เป็น 3 แบบหลัก:

  • หลอดเลือดแดงขนาดใหญ่ตีบจากหลอดเลือดแข็ง: เกิดจากไขมันและแคลเซียมสะสมในผนังหลอดเลือดที่คอหรือในสมอง
  • ลิ่มเลือดจากหัวใจ: พบบ่อยในผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเอเอฟ (Atrial Fibrillation) ลิ่มเลือดที่เกิดในหัวใจอาจหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง
  • หลอดเลือดขนาดเล็กในสมองอุดตัน: มักสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงและเบาหวานเรื้อรัง ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงหรือชาเฉพาะส่วน
15-20%
💥 เส้นเลือดสมองแตก
(Hemorrhagic Stroke)

หลอดเลือดในสมองแตกหรือรั่ว ทำให้มีเลือดออกในเนื้อสมองหรือในช่องรอบสมอง พบประมาณ 15–20% หลอดเลือดสมองแตกแบ่งตามตำแหน่งที่เลือดออกได้ 2 แบบ:

  • เลือดออกในเนื้อสมอง (Intracerebral Hemorrhage): สาเหตุสำคัญที่สุดคือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดี ทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กเปราะและแตก
  • เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง (Subarachnoid Hemorrhage): มักเกิดจากหลอดเลือดโป่งพอง (Aneurysm) แตก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะรุนแรงฉับพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทำไมดูจากอาการอย่างเดียวจึงแยกไม่ได้ แพทย์จึงต้องอาศัยการตรวจภาพสมอง

"เพราะการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องตรวจภาพสมองด้วย CT หรือ MRI ก่อนเริ่มรักษาทุกครั้ง"

🖥️ CT สมอง

ทำได้รวดเร็ว ใช้แยกภาวะเลือดออกในสมองได้ชัดเจน จึงเป็นการตรวจแรกในห้องฉุกเฉิน

🧲 MRI สมอง

ไวต่อการตรวจพบเนื้อสมองขาดเลือดในระยะแรก

🩸 CTA หรือ MRA

ตรวจดูตำแหน่งหลอดเลือดที่ตีบ อุดตัน หรือโป่งพอง เพื่อวางแผนการรักษา

⚖️ สรุปความแตกต่างของการรักษา

🩸 เส้นเลือดสมองตีบ / ตัน
🎯 เป้าหมาย
เปิดหลอดเลือดและนำเลือดกลับไปเลี้ยงสมอง
⚕️ การรักษาหลัก
ยาสลายลิ่มเลือดภายใน 4.5 ชั่วโมง, การใช้สายสวนลากลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่เหมาะสม
💊 ระยะต่อมา
ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
💥 เส้นเลือดสมองแตก
🎯 เป้าหมาย
หยุดเลือดออกและลดแรงกดต่อสมอง
⚕️ การรักษาหลัก
ควบคุมความดันโลหิต, ผ่าตัดในบางราย เช่น เอาก้อนเลือดออกหรือรักษาหลอดเลือดโป่งพอง
💊 ระยะต่อมา
ควบคุมปัจจัยเสี่ยง ติดตามผลโดยแพทย์

🛡️ ปัจจัยเสี่ยงและการป้องกัน

แนวทางป้องกันที่ได้ผลคือ:

🩺

ตรวจวัดความดันสม่ำเสมอ

🩸

ควบคุมน้ำตาลและไขมัน

🧂

ลดอาหารเค็ม

🏃‍♂️

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

🚭

งดสูบบุหรี่

💊

รับประทานยาตามแพทย์สั่ง

💬 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: เส้นเลือดสมองตีบกับตันต่างกันไหม? +

ทางการแพทย์จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน คือ Ischemic Stroke ตีบ หมายถึงหลอดเลือดแคบลง ส่วน ตัน หมายถึงมีลิ่มเลือดอุดหลอดเลือด ทั้งสองทำให้สมองขาดเลือด

Q2: เส้นเลือดสมองแตกกับตีบ แบบไหนอันตรายกว่ากัน? +

ทั้งสองประเภทเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจรุนแรงและทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาดความเสียหาย และความรวดเร็วในการรักษา

Q3: ทำไมต้องตรวจ CT สมองก่อนรักษา? +

เพราะการรักษาของสองประเภทตรงข้ามกัน หากให้ยาสลายลิ่มเลือดแก่ผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมอง อาจทำให้อาการแย่ลง

Q4: เส้นเลือดสมองตีบเกิดซ้ำได้หรือไม่? +

เกิดซ้ำได้ โดยเฉพาะหากควบคุมปัจจัยเสี่ยงไม่ดี การรับประทานยาป้องกันและการตรวจติดตามกับแพทย์จึงสำคัญ

เส้นเลือดสมองตีบและตันคือภาวะที่หลอดเลือดอุดกั้น ส่วนเส้นเลือดสมองแตกคือภาวะที่มีเลือดออกในสมอง ทั้งสองมีอาการภายนอกคล้ายกัน แต่ต้องการการรักษาที่ต่างกัน เมื่อพบสัญญาณเตือนตามหลัก BE-FAST ควรไปโรงพยาบาลทันที เพื่อตรวจภาพสมองและเริ่มการรักษาที่เหมาะสม