"ไอมาเดือนนึงแล้ว แต่ก็แค่ฝุ่น" — ประโยคที่คนเป็นมะเร็งปอดพูดบ่อยที่สุด
"ไอมาเดือนนึงแล้ว แต่ก็แค่ฝุ่น"
ประโยคที่คนเป็นมะเร็งปอดพูดบ่อยที่สุด
สมมติคุณอยู่ลำพูนหรือจังหวัดในภาคเหนือตอนบนช่วงมีนาคม อากาศขมุกขมัว หน้ากากหมดสต็อก และคุณไอมาสองอาทิตย์แล้ว คุณบอกตัวเองว่ามันแค่ฝุ่น แล้วก็ลืมเรื่องนี้ไป
นั่นแหละคือจุดที่น่ากลัวที่สุดของ อาการมะเร็งปอด มันไม่ได้มาในแบบที่คิด ไม่ได้เจ็บปวดทรมานตั้งแต่แรก ไม่มีสัญญาณเตือน มันมาเงียบๆและมีอาการที่ดูธรรมดาจนเราเผลอมองข้ามไป
PM2.5 กับบุหรี่ ต่างกันแค่ไหน?
คนส่วนใหญ่รู้ว่าบุหรี่ทำให้เป็น มะเร็งปอด แต่ยังไม่ค่อยตระหนักว่า PM2.5 นั้นองค์การอนามัยโลกจัดให้เป็น "สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1" เช่นกัน
ความต่างคือบุหรี่คุณเลือกได้ว่าจะสูบหรือเปล่า แต่ PM2.5 คุณหายใจเข้าไปทุกวันโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ลำพูน เชียงใหม่ จังหวัดในภาคเหนือ หรือพื้นที่ที่มีการเผาไหม้และการจราจรหนาแน่น
ผู้สูบบุหรี่จัดมีความเสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่าคนทั่วไป 15–30 เท่า ส่วนคนที่สูดดม PM2.5 เรื้อรังนาน 10 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน และถ้าคุณเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน ความเสี่ยงนั้นทวีคูณ
ไอแบบไหนที่ควรไปหาหมอ
ไอที่ควรระวังว่าจะเป็นอาการมะเร็งปอดได้ คือไอที่ไม่ยอมหายหลัง 3 สัปดาห์ ไม่ดีขึ้นแม้กินยา มีเสมหะปนเลือดแม้แค่เล็กน้อย หรือเสียงไอเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณอื่นที่มักมาคู่กัน ได้แก่ เสียงแหบเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุ หายใจแล้วรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกหรือหลัง หายใจเหนือยง่ายผิดปกติ โดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร และน้ำหนักลดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจลด สัญญาณเหล่านี้ดูธรรมดา แต่ถ้าเกิดพร้อมกันหลายอย่างและเรื้อรัง นั่นคือเหตุผลที่ต้องไปหาหมอ
แล้วคุณอยู่ในกลุ่มไหน?
มี 3 กลุ่มที่ควรพิจารณา เข้ารับการคัดกรองมะเร็งปอด
กลุ่มแรก คือคนที่สูบบุหรี่มาแล้วมากกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะยังสูบหรือเลิกไปแล้ว เพราะปอดได้รับผลกระทบและอาจเกิดรอยโรคแล้ว
กลุ่มที่สอง คือคนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ที่มีค่า PM2.5 สูงต่อเนื่อง ทั้งคนเมือง คนขับรถ พ่อค้าแม่ค้าริมถนน หรือคนทำงานในโรงงาน
กลุ่มที่สาม คือคนที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งปอด พ่อแม่ พี่น้อง เพราะพันธุกรรมเพิ่มความเสี่ยงขึ้นอีกชั้นหนึ่ง
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และมีอาการไอเรื้อรังอยู่ด้วย อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ตรวจให้ชัดเจน
ถ้าจะตรวจหามะเร็งปอด ต้องตรวจอะไร?
การเอกซเรย์ปอดธรรมดาอาจไม่เห็นก้อนเนื้อขนาดเล็กเสมอไป ปัจจุบันแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงสูงตรวจด้วย Low-dose CT scan (LDCT) ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะต้นก่อนที่จะมีอาการ
ถ้าคุณสูบบุหรี่มานานหรืออยู่ในพื้นที่ฝุ่นหนักมาหลายปี การตรวจนี้คุ้มค่ากว่าการรอให้มีอาการชัดเจนมาก
คำถามที่คนมักไม่กล้าถาม
ลดได้จริง หยุดสูบ 5 ปี ความเสี่ยงจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด หยุด 10 ปี ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่ยังสูบ ดังนั้นไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเลิกบุหรี่
ป้องกันไม่ได้ผล หน้ากากผ้าหรือกระดาษทั่วไป กรองอนุภาค PM2.5 ได้น้อยมาก ต้องใช้หน้ากาก N95 หรือ KN95 ขึ้นไปถึงจะมีประสิทธิภาพพอ
พบมากกว่าที่คิด ประมาณ 10–20% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในเอเชียไม่เคยสูบบุหรี่เลย สาเหตุหลักคือ PM2.5 มลพิษในครัวเรือน และพันธุกรรม
วัณโรคมักมาพร้อมไข้ตอนกลางคืน เหงื่อออกมาก และตรวจพบได้จากเสมหะ ส่วนมะเร็งปอดมักไม่มีไข้ อาการค่อยๆ เรื้อรังโดยไม่มีการติดเชื้อชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามควรให้แพทย์วินิจฉัยเสมอ
A: แนะนำการสแกน CT ปอดแบบ Low-dose (LDCT) สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น อายุ 50–80 ปีที่สูบบุหรี่มานานกว่า 20 ปี ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีค่า PM 2.5 สูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนตรวจ
มะเร็งปอดระยะแรกรักษาหายได้ มะเร็งปอดระยะสี่รักษายากมาก ความแตกต่างระหว่างสองระยะนั้นคือเวลา และเวลาอยู่ในมือคุณ
ตรวจวันนี้ ดีกว่ารู้ตอนสาย
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ว่าจะสูบบุหรี่มานาน อยู่ในพื้นที่ฝุ่นหนัก หรือมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งปอด คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ "จะตรวจดีไหม" แต่คือ "จะตรวจเมื่อไหร่"

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน มีแพ็กเกจ ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย CT Low Dose ที่ตอบโจทย์การตรวจคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงได้ดี
ราคาแพ็กเกจ 3,500 บาท (รวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว เฉพาะผู้รับบริการชาวไทย)
สามารถซื้อ เเละใช้ได้ตั้งเเต่วันนี้ - 31 ธ.ค 69
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
17.00 - 20.00 น. (ทุกวันพุธ)
เบอร์ติดต่อ
053-582-888

แผนกตรวจสุขภาพ
สถานที่
ชั้น 3 โรงพยาบพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 16:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888

แผนกอายุรกรรมทั่วไป
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 20:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888
