คู่มือดูแลตัวเองหลังผ่าตัดริดสีดวง ให้แผลหายไว ไม่เป็นซ้ำ
คู่มือดูแลตัวเองหลังผ่าตัดริดสีดวงให้แผลหายไว ไม่เป็นซ้ำ
การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดริดสีดวงทวาร ถือเป็นก้าวสำคัญในการทวงคืนคุณภาพชีวิตที่ดีกลับมา แต่ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ "การผ่าตัดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น" เพราะกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แผลสมานตัวไว ลดความเจ็บปวด และป้องกันไม่ให้ริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำอีก อยู่ที่การดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นอย่างถูกวิธี

🩺 ระยะแรกหลังผ่าตัด: จัดการความเจ็บปวดให้ถูกวิธี
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด อาการปวดตึงบริเวณแผลเป็นเรื่องปกติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
ยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบจะช่วยลดความเจ็บปวดในช่วงแรกได้ดี ไม่ควรปล่อยให้ปวดจนทนไม่ไหวแล้วค่อยทานยา
แช่ก้นในน้ำอุ่น (Sitz Bath)
เตรียมน้ำอุ่น (อุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ร้อนจัด) ใส่กะละมังเล็กๆ แล้วลงไปนั่งแช่ให้ท่วมถึงบริเวณส้นก้น นานประมาณ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง หรือหลังขับถ่ายทุกครั้ง ความร้อนจะช่วยให้หูรูดทวารหนักคลายตัว ลดอาการเกร็งปวด และช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงแผลได้ดีขึ้น
ใช้เบาะรองนั่งทรงโดนัท
หากมีความจำเป็นต้องนั่ง ให้ใช้เบาะรองนั่งที่มีรูตรงกลาง เพื่อลดแรงกดทับบริเวณแผลผ่าตัดโดยตรง
ประคบเย็นลดบวม
ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หากรู้สึกบวมเต่งบริเวณปากทวารหนัก สามารถใช้เจลประคบเย็นห่อผ้าขนหนู ประคบเบาๆ เพื่อลดอาการบวมได้
🥗 เรื่องอาหารและการขับถ่าย: หัวใจสำคัญของการพักฟื้น
ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดมักเกิดขึ้นมากที่สุด "ตอนขับถ่าย" ดังนั้นการทำให้อุจจาระนิ่มและถ่ายออกง่ายที่สุด จึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลแผล
เน้นอาหารกากใยสูง
เปลี่ยนเมนูอาหารให้เต็มไปด้วยผักใบเขียว ผลไม้สด (เช่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า ส้ม) และธัญพืชขัดสีน้อย เพื่อเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหาร
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ไฟเบอร์จะทำงานได้ดีต้องมีน้ำเป็นตัวช่วย ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร เพื่อให้อุจจาระนิ่มและเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่าย
รับประทานยาระบายอ่อนๆ
แพทย์มักจะจ่ายยาระบายหรือยาทำให้อุจจาระนิ่มมาให้ ควรทานอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้อุจจาระแข็งจนไปบาดแผล
ปรับท่านั่งขับถ่ายให้ถูกต้อง
หากใช้ชักโครก แนะนำให้หาเก้าอี้ตัวเล็กๆ มารองรับเท้าให้เข่าอยู่สูงกว่าสะโพก (คล้ายท่านั่งยอง) ท่านี้จะช่วยให้ลำไส้ตรงอยู่ในแนวตั้งฉาก ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเบ่ง
🚫 ปรับพฤติกรรมระยะยาว: ทำอย่างไรไม่ให้ริดสีดวงกลับมาซ้ำ
หลายคนผ่าตัดไปแล้ว แต่กลับมาเป็นริดสีดวงทวารซ้ำอีก เพราะยังคงมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ หากไม่อยากกลับมาเป็นซ้ำอีก ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเด็ดขาด
ไม่กลั้นอุจจาระ
เมื่อรู้สึกปวด ต้องไปเข้าห้องน้ำทันที การกลั้นอุจจาระจะทำให้ลำไส้ดูดซึมน้ำกลับ อุจจาระจะแข็งและถ่ายลำบากในครั้งต่อไป
เลิกพฤติกรรมนั่งแช่ในห้องน้ำ
กฎเหล็กคือห้ามนำโทรศัพท์มือถือหรือหนังสือเข้าไปในห้องน้ำเด็ดขาด ใช้เวลาขับถ่ายไม่ควรเกิน 5-10 นาที หากไม่ออกให้ลุกไปทำกิจกรรมอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
การยกของหนักหรือออกกำลังกายที่ต้องเกร็งหน้าท้องมากๆ จะเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องท้องและทวารหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริดสีดวง
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การขยับร่างกาย เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ลดปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้
💬 Q&A คลายข้อสงสัยหลังผ่าตัดริดสีดวง
A: เป็นเรื่องปกติที่อาจมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยปนกับอุจจาระ หรือติดกระดาษชำระในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด แต่หากมีเลือดไหลออกมาเป็นปริมาณมาก ไหลไม่หยุด หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
A: ความกลัวเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา แนะนำให้ทานยาแก้ปวดก่อนไปขับถ่ายประมาณ 30 นาที ดื่มน้ำเยอะๆ และที่สำคัญคือ "ห้ามเบ่งแรงเด็ดขาด" ปล่อยให้อุจจาระไหลออกมาตามธรรมชาติ หากถ่ายเสร็จแล้วให้รีบไปแช่น้ำอุ่นจะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นมาก
A: ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับวิธีผ่าตัดและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหากเป็นการทำงานออฟฟิศที่ไม่ได้ใช้แรงมาก สามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ควรงดการออกกำลังกายหนักๆ งดการยกของหนัก และงดการขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้แผลสมานตัวสนิท
A: ในทางการแพทย์ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องอาหารประเภทใดเป็นพิเศษ แต่ควร หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดจ้าน (เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชา กาแฟ เนื่องจากอาจทำให้ระบบขับถ่ายแปรปรวน ท้องเสีย หรืออุจจาระแข็ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัดได้
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกศัลยกรรมทั่วไป
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 17:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888