มะเร็งท่อน้ำดีคืออะไร รู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น
มะเร็งท่อน้ำดีคืออะไร
รู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น
ภัยเงียบที่มักพบในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป การรู้ทันโรคคือหนทางป้องกันที่ดีที่สุด
🔬 สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ท่อน้ำดีเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ขับถ่ายน้ำดีออกจากตับ แต่หากเกิดการอักเสบหรือมีความผิดปกติ อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักดังนี้:
การอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี
เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็ง เนื่องจากการอักเสบเรื้อรังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเซลล์ และพัฒนาเป็นเนื้องอกได้
นิ่วในท่อน้ำดีหรือถุงน้ำดี
ประมาณ 20-57% ของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีมีนิ่วร่วมด้วย การอักเสบเรื้อรังจากนิ่วอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งได้
ความผิดปกติตั้งแต่เกิด
การมีซีสต์ (Cyst) ในท่อน้ำดีตั้งแต่แรกเกิด อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเซลล์ และมีความเสี่ยงเกิดมะเร็งได้ง่ายขึ้น
โรคพยาธิใบไม้ตับ
การรับประทานปลาดิบสุกๆ ดิบๆ อาจทำให้ติดเชื้อพยาธิ นำไปสู่การอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งในที่สุด
⚠️ อาการที่ควรเฝ้าระวัง
ผิวและตาเหลือง (ดีซ่าน)
การอุดตันของท่อน้ำดีส่งผลให้สารบิลิรูบินสะสมในร่างกาย ทำให้ผิวและตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอย่างเห็นได้ชัด
ปวดท้อง
หลังรับประทานอาหารอาจรู้สึกไม่สบายด้านบนของท้อง ปวดเสียดใต้ลิ้นปี่ ร้าวไปถึงหลังหรือขวาบน จากการที่ก้อนมะเร็งกดทับเส้นประสาท
มีไข้
ก้อนมะเร็งที่อุดตันท่อน้ำดีอาจทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อภายในท่อน้ำดี ส่งผลให้ร่างกายมีไข้
คันตามผิวหนัง
การสะสมของสารบิลิรูบินในร่างกายที่ระบายออกไม่ได้ อาจทำให้เกิดอาการคันตามผิวหนังทั่วร่างกาย
🩺 การวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดี
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของการทำงานของตับจากผลเลือด
- การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ตรวจบริเวณตับและช่องท้องส่วนบนเบื้องต้น
- การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ MRI / MRCP เพื่อดูความละเอียดของท่อน้ำดีและอวัยวะโดยรอบอย่างแม่นยำ
- การตรวจ ERCP (การส่องกล้องตรวจท่อน้ำดีและตับอ่อน) ช่วยให้แพทย์มองเห็นระบบท่อน้ำดีอย่างละเอียด และสามารถเก็บตัวอย่างน้ำดีหรือเซลล์เนื้อเยื่อเพื่อส่งตรวจหามะเร็งได้โดยตรง
🏥 แนวทางการรักษา
การรักษาจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาด ตำแหน่ง ระยะโรค รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เพื่อหาแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด:
1. การผ่าตัดเนื้องอก
เป็นวิธีการรักษามาตรฐานที่มีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้มากที่สุดในกรณีที่มะเร็งยังไม่ลุกลาม
2. การผ่าตัดระบายท่อน้ำดี
ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดเนื้องอกออกได้ เพื่อช่วยระบายน้ำดี บรรเทาอาการคันและอาการตาเหลืองให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. การส่องกล้องตรวจรักษา (ERCP)
ใช้ในบางกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือสภาพร่างกายไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดใหญ่
4. เคมีบำบัดและรังสีรักษา
อาจนำมาใช้เมื่อไม่สามารถผ่าตัดเอามะเร็งออกได้หมด หรือใช้รักษาร่วมกับการผ่าตัดเพื่อเพิ่มโอกาสการหายขาด
*การรักษาจะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
พบความผิดปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการตาเหลือง ปวดท้อง หรือมีความเสี่ยง
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน มีทีมแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารและตับพร้อมให้คำปรึกษา
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
17.00 - 20.00 น. (ทุกวันพุธ)
เบอร์ติดต่อ
053-582-888