วัคซีน HPV ฉีดตอนอายุเท่าไหร่ถึงได้ผลดีที่สุด?
วัคซีน HPV ฉีดตอนอายุเท่าไหร่
ถึงได้ผลดีที่สุด?
ถึงได้ผลดีที่สุด?
คำถามที่ได้ยินบ่อยมากเวลาพูดถึงวัคซีน HPV คือ "อายุเท่านี้ยังฉีดได้อยู่ไหม?" หรือ "ฉีดช้าไปแล้วหรือเปล่า?" คำตอบขึ้นอยู่กับอายุและสถานการณ์ของแต่ละคน
ทำไมอายุถึงสำคัญกับวัคซีน HPV?
วัคซีน HPV ทำงานโดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันก่อนที่จะสัมผัสเชื้อจริง ดังนั้นยิ่งฉีดเร็วก่อนที่จะมีโอกาสสัมผัสเชื้อ ประสิทธิภาพก็ยิ่งสูง สิ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงตามอายุไม่ใช่เรื่องของร่างกายที่รับวัคซีนไม่ได้ แต่เป็นเพราะโอกาสที่จะเคยสัมผัสเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ไปแล้วมีมากขึ้นเรื่อยๆ วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อที่อยู่ในร่างกายแล้วได้ และไม่รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อนั้นแล้วด้วย แต่ยังป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยติดได้อยู่
ช่วงอายุที่ได้ผลดีที่สุด: 9-14 ปี 🌟 นี่คือช่วงทองของการฉีดวัคซีน HPV เหตุผลมีสองส่วน ส่วนแรกคือเรื่องการสัมผัสเชื้อ เด็กในวัยนี้ยังไม่ได้เริ่มมีเพศสัมพันธ์ โอกาสที่จะเคยสัมผัส HPV จึงแทบเป็นศูนย์ วัคซีนจึงมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม ส่วนที่สองคือเรื่องภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กในวัยนี้ตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีมาก ระดับภูมิคุ้มกันที่ได้จาก 2 เข็มในวัยนี้สูงกว่าระดับที่ได้จาก 3 เข็มในผู้ใหญ่เสียอีก นั่นคือเหตุผลที่กลุ่มนี้ฉีดแค่ 2 เข็มก็เพียงพอ
อายุ 15-26 ปี: ยังได้ผลดีมาก ถ้าพลาดช่วง 9-14 ปีไป กลุ่มนี้ยังถือว่าได้ประโยชน์สูงอยู่ครับ แม้จะต้องฉีด 3 เข็มแทนที่จะเป็น 2 เข็ม และอาจเคยสัมผัสเชื้อบางสายพันธุ์ไปแล้ว แต่โอกาสที่จะติดครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกชนิด 9 สายพันธุ์ครอบคลุม ยังน้อยอยู่ วัคซีนจึงยังป้องกันสายพันธุ์ที่เหลือได้ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำการฉีดวัคซีน HPV ในหญิงและชายอายุ 9–26 ปี
อายุ 27-45 ปี: ยังฉีดได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน แนวทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่าในผู้หญิงอายุ 27–45 ปี สามารถพิจารณาฉีดวัคซีน HPV ได้เป็นรายกรณี แต่ไม่ได้แนะนำแบบ routine สำหรับทุกคน เพราะประสิทธิภาพในกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับประวัติการสัมผัสเชื้อของแต่ละคนมาก่อน กลุ่มที่ยังได้ประโยชน์ชัดเจนในช่วงอายุนี้ เช่น คนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ คนที่มีคู่นอนน้อย หรือคนที่ต้องการป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยสัมผัส แพทย์จะประเมินความคุ้มค่าให้เป็นรายบุคคล โดยดูจากพฤติกรรมเสี่ยงและประวัติสุขภาพก่อนแนะนำ
อายุมากกว่า 45 ปี ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะแนะนำหรือคัดค้านการฉีดในกลุ่มนี้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปแพทย์มักไม่แนะนำเป็นการทั่วไป เพราะโอกาสที่จะเคยสัมผัสเชื้อ HPV หลายสายพันธุ์ไปแล้วมีสูงมาก ทำให้ประโยชน์ที่ได้ลดลงมาก แต่ถ้าสนใจควรปรึกษาแพทย์เป็นรายกรณีครับ
ผู้ชายฉีดได้ไหม และช่วงอายุไหนดีที่สุด? ฉีดได้และควรฉีดครับ HPV ไม่ใช่เชื้อก่อโรคของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายที่ติดเชื้อมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งทวารหนัก มะเร็งคอหอย และมะเร็งองคชาตได้ นอกจากนี้ยังส่งต่อการติดเชื้อให้คู่นอนได้ด้วย ช่วงอายุที่แนะนำสำหรับผู้ชายคือ 9-26 ปี โดยใช้ตารางการฉีดเดียวกับผู้หญิง และ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกชนิด 9สายพันธุ์ ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้ชายได้ถึงอายุ 45 ปีเช่นกัน
ถ้าฉีดไปแล้วบางเข็ม แต่หยุดกลางคัน ต้องเริ่มใหม่ไหม?
ไม่ต้องเริ่มใหม่ครับ สามารถฉีดต่อจากเข็มที่ค้างไว้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องนับหนึ่งใหม่ แต่ถ้าหยุดไปนานมากควรแจ้งแพทย์เพื่อให้พิจารณาตารางการฉีดที่เหมาะสม
วัคซีน HPV มีอายุการป้องกันนานแค่ไหน ต้องฉีดซ้ำไหม?
จากข้อมูลการติดตามผลในปัจจุบัน วัคซีน HPV โดยเฉพาะ Gardasil 9 ให้ภูมิคุ้มกันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงได้นานกว่า 10 ปีหลังฉีดครบ และยังไม่มีหลักฐานว่าระดับภูมิคุ้มกันลดลงจนต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจตามความเป็นจริงด้วยว่า วัคซีนนี้เพิ่งใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ประมาณปี 2006 ข้อมูลระยะยาวที่มีอยู่จึงยาวสุดประมาณ 15-18 ปี ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน 100% ว่าป้องกันได้ตลอดชีวิตหรือไม่ คำแนะนำในปัจจุบันคือ องค์การอนามัยโลกและผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังไม่แนะนำให้ฉีดกระตุ้นซ้ำในคนที่ฉีดครบแล้ว เพราะระดับภูมิคุ้มกันยังอยู่ในเกณฑ์ป้องกันได้ดี แต่อาจมีการอัปเดตคำแนะนำในอนาคตถ้ามีข้อมูลระยะยาวมากขึ้น สรุปง่ายๆ คือ ฉีดครบแล้วยังไม่ต้องฉีดซ้ำครับ แต่ยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามปกติอยู่เสมอ เพราะนั่นคือด่านป้องกันที่สองที่ขาดไม่ได้
สรุปตามช่วงอายุ
9-14 ปี ได้ผลดีที่สุด ฉีด 2 เข็ม
15-26 ปี ยังได้ผลดีมาก ฉีด 3 เข็ม แนะนำให้ฉีดโดยไม่จำเป้นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก่อนฉีด
27-45 ปี ยังมีประโยชน์ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินความคุ้มค่าเป็นรายบุคคล
มากกว่า 45 ปี ยังไม่แนะนำให้ฉีดเพราะประโยชน์ลดลงมาก ควรปรึกษาแพทย์เป็นกรณีไป
หมายเหตุ: แนวทางการฉีดและจำนวนเข็มอาจแตกต่างกันในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีนสิ่งสำคัญที่ต้องจำ
ฉีดวัคซีนแล้วไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีก ผู้หญิงยังควรตรวจ Pap Smear หรือ HPV Testingตามกำหนดอยู่เสมอ เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกัน HPV ทุกสายพันธุ์ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งหมด
ฉีดช้าดีกว่าไม่ฉีด แต่ฉีดเร็วยิ่งดีกว่าเสมอครับ
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกสูตินรีเวช
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 20:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888