กินคลีนแล้วทำไม
ยังเสี่ยง NCD
เช็กพฤติกรรมที่หลายคนคิดว่าสุขภาพดีแต่จริงๆ ไม่ช่วย พร้อมวิธีปรับให้กินคลีนได้ผลจริงและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
💬 สอบถามเพิ่มเติมเช็กพฤติกรรมที่หลายคนคิดว่าสุขภาพดีแต่จริงๆ ไม่ช่วย พร้อมวิธีปรับให้กินคลีนได้ผลจริงและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
💬 สอบถามเพิ่มเติม
หลายคนเริ่มกินคลีนเพราะอยากดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง แต่พอตรวจสุขภาพประจำปีกลับพบว่าค่าต่างๆ ยังผิดปกติอยู่ดี ทั้งที่ตั้งใจกินคลีนมาตลอด คำถามคือ "กินคลีนแล้วทำไมยังเสี่ยง NCD อยู่?" คำตอบอาจอยู่ที่ "วิธีกินคลีน" ที่หลายคนเข้าใจผิดโดยไม่รู้ตัว
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ คิดว่าอาหารคลีนแคลอรีต่ำโดยอัตโนมัติ ทั้งที่วัตถุดิบคลีนหลายอย่างให้พลังงานสูง เช่น อะโวคาโด ถั่วต่างๆ หรือข้าวกล้อง การกินคลีนแบบไม่คุมปริมาณจึงทำให้ได้รับแคลอรีเกิน นำไปสู่น้ำหนักขึ้นและความเสี่ยง NCD ได้เหมือนเดิม
อาหารเพื่อสุขภาพหลายชนิด มีน้ำตาลแฝงอยู่มาก เช่น น้ำผลไม้คั้นสด สมูทตี้ หรือกราโนล่าที่ใช้น้ำผึ้ง ร่างกายไม่ได้สนใจว่าน้ำตาลนั้นมาจากแหล่งธรรมชาติหรือไม่ แต่สนใจปริมาณน้ำตาลทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน
หลายคนโฟกัสที่อาหารมากจนลืมการเคลื่อนไหว พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) เช่น นั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง เป็นปัจจัยเสี่ยง NCD ที่แยกจากเรื่องอาหาร ต่อให้กินคลีนแค่ไหน แต่ถ้าร่างกายไม่ได้ขยับ ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจก็ยังอยู่
การนอนไม่พอส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนความหิวและการเผาผลาญน้ำตาล การอดนอนทำให้ร่างกายดื้ออินซูลินง่ายขึ้น หลายคนที่กินคลีนเคร่งครัดแต่นอนดึก จึงอาจยังพบว่าค่าน้ำตาลหรือไขมันในเลือดไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
ความเครียดเรื้อรังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากขึ้น แม้จะคุมอาหารดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่จัดการความเครียด ความเสี่ยงก็ยังสูง
การกินคลีนแบบเคร่งครัดจนตัดอาหารบางหมู่ออกไปทั้งหมด เช่น งดคาร์โบไฮเดรตสิ้นเชิง หรือกินอาหารซ้ำๆ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบเผาผลาญ ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
แม้เป็นอาหารคลีนก็ควรกะปริมาณให้เหมาะกับพลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
นอกจากน้ำตาลกลูโคสแล้ว ให้ดูน้ำตาลจากธรรมชาติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ฟรุกโตส หรือน้ำตาลเชิงซ้อนอื่นๆ
แม้จะเป็นแค่การเดินยืดเส้นยืดสายสั้นๆ ก็ช่วยลดผลเสียจากการนั่งทำงานนานได้
พยายามนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลฮอร์โมน
ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำสมาธิ หรือพูดคุยระบายกับคนใกล้ตัว
การกินคลีนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การลดความเสี่ยง NCD อย่างได้ผลจริงต้องมองภาพรวมทั้งอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย การนอน และความเครียดไปพร้อมกัน หากไม่แน่ใจว่าพฤติกรรมของตัวเองเหมาะสมแล้วหรือยัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนที่เหมาะกับร่างกายของตัวเองโดยเฉพาะ

สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 20:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888