Header

เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจและเบาหวานมากกว่ากัน

เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจและเบาหวานมากกว่ากัน | โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจ?

รู้ลึกเรื่อง Heart Rate Zone ออกกำลังกายให้เป๊ะ คุมเบาหวานได้จริง

ช่วงนี้ถ้าเปิดโซเชียลจะเห็นว่า "เดินเร็ว" กลายเป็นกิจกรรมสุขภาพฮิต หลายคนสงสัยว่าต้อง "วิ่ง" เท่านั้นไหมถึงจะช่วยหัวใจกับเบาหวานได้ คำตอบคือ ทั้งสองอย่างช่วยได้ แต่ "ได้ผลแค่ไหน" ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ แต่อยู่ที่หัวใจของเราทำงานใน "โซน" ไหนต่างหาก

เดินเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่า "เร็วจริง"

เดินเร็วที่ให้ผลด้านสุขภาพ ไม่ใช่การเดินเล่นชิลๆ แบบเดินดูของในห้าง แต่ต้องเป็นการเดินที่ทำให้หายใจถี่ขึ้นกว่าปกติ พูดคุยได้แต่ร้องเพลงไม่ไหว

ตัวเลขคร่าวๆ ที่ใช้วัดกันคือ ความเร็วประมาณ 5-6.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือถ้านับเป็นก้าว ควรอยู่ที่ราว 100 ก้าวต่อนาทีขึ้นไป ลองสังเกตง่ายๆ คือถ้าเดินแล้วยังคุยโทรศัพท์ได้สบายๆ เหมือนเดินปกติ นั่นแปลว่ายังไม่เร็วพอ

📊 Heart Rate Zone คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

สิ่งที่บอกว่าการออกกำลังกายของเรา "ได้ผล" แค่ไหน คืออัตราการเต้นของหัวใจ เพราะคนสองคนเดินความเร็วเท่ากัน หัวใจอาจทำงานหนักไม่เท่ากันเลย ขึ้นอยู่กับอายุและความฟิต

 
Z1 (50%) Z2 (60%) Z3 (70%) Z5 (100%)
🟢 โซน 1-2
เดินเร็ว เผาผลาญไขมัน
🟡 โซน 3
วิ่งเหยาะ แข็งแรงปอด-หัวใจ
🔴 โซน 4-5
วิ่งเร็ว เพิ่มความอึดสูงสุด

วิธีคำนวณ Max Heart Rate แบบง่ายๆ

สูตรที่ใช้กันทั่วไป เพื่อหาตัวเลขเพดานสูงสุดที่หัวใจควรเต้นได้ในภาวะออกแรงเต็มที่ คือ

Max Heart Rate = 220 - อายุ

(เช่น อายุ 30 ปี จะได้ Max Heart Rate ประมาณ 190 ครั้งต่อนาที - ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรไปถึงบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน)

เดินเร็ว vs วิ่ง
ภาพเปรียบเทียบการออกกำลังกายในโซนต่างๆ (คลิกเพื่อซูมดูรูปใหญ่ได้)

โซนหัวใจ 5 โซน เลือกความหนักให้ถูกเป้าหมาย

🤍 โซน 1-2
50-70% ของ Max HR

Very Light & Fat Burn: การเดินเบาๆ ไปจนถึงเดินเร็ว ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลัก เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกาย ต้องการลดน้ำหนัก หรือคูลดาวน์

💚 โซน 3
70-80% ของ Max HR

Aerobic: การวิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยานต่อเนื่อง ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีเยี่ยม

❤️ โซน 4-5
80-100% ของ Max HR

Anaerobic & Max: การวิ่งเร็วหรือออกแรงสูงสุด ช่วยเพิ่มความอึด ขยายขีดจำกัดร่างกาย มักใช้ในนักกีฬา และไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกฝน

โดยทั่วไป เดินเร็ว มักพาหัวใจไปอยู่โซน 2 ส่วน วิ่ง มักพาไปโซน 3-4 ซึ่งทั้งสองโซนนี้ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงแต่ให้ผลต่างกันคนละแบบ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม "โซน" ถึงสำคัญกว่ารูปแบบ

เดินเร็วกับวิ่ง ให้ผลต่างกันอย่างไร?

❤️ ผลต่อหัวใจ

การเดินเร็วอย่างสม่ำเสมอในโซน 2 ช่วยลดความดันและลด LDL ได้ใกล้เคียงกับการวิ่งในโซน 3 แต่วิ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด (ฟิตเนส) ได้ไวกว่า แลกมากับแรงกระแทกข้อเข่าที่มากกว่า

🩸 ผลต่อเบาหวาน

ทั้งคู่ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินได้ดี แต่ การเดินเร็วเพียง 10-15 นาทีหลังมื้ออาหาร ถูกพบว่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดที่กำลังพุ่งขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่วิ่งทันทีหลังอาหารอาจทำได้ยากกว่า

แล้วแบบไหนเหมาะกับใคร?

🦵 เพิ่งเริ่ม / มีปัญหาข้อเข่า

แนะนำ เดินเร็วในโซน 2 ก่อน เพราะแรงกระแทกน้อย ปรับตัวง่าย และคุมน้ำหนักได้ดี

🩺 ความดันสูง / ฟื้นฟูหัวใจ

ควรอยู่ใน โซน 1-2 เป็นหลัก และควรปรึกษาแพทย์ก่อนขยับไปโซนที่สูงขึ้น

🏃 แข็งแรงอยู่แล้ว

หากอยากฟิตเพิ่ม วิ่งในโซน 3 สลับโซน 2 จะช่วยพัฒนาหัวใจและปอดได้เร็วขึ้น

🛡️ ดูแลสุขภาพระยะยาว

ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เดินเร็ววันธรรมดา สลับวิ่งเบาๆ สัปดาห์ละ 1-2 วัน ก็เป็นสูตรที่ยั่งยืน

3 สเต็ปง่ายๆ สำหรับการออกกำลังกายที่ปลอดภัย

1
Warm Up เดินเบาๆ (โซน 1) ประมาณ 5-10 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างกาย
2
Target Zone เดินเร็วหรือวิ่ง (โซน 2-3) ต่อเนื่อง 20-30 นาที ช่วงนี้ร่างกายจะดึงน้ำตาลและไขมันมาใช้
3
Cool Down ลดความเร็วลงกลับมาเดินเบาๆ 5 นาที เพื่อให้หัวใจปรับตัวกลับสู่สภาวะปกติ

ถาม-ตอบ คลายข้อสงสัยเรื่องการเดินและวิ่ง

Q ไม่มีนาฬิกาวัดหัวใจ จะรู้ได้ยังไงว่าอยู่โซนไหน?
ใช้ "Talk Test" ง่ายๆ ครับ คือถ้ายังพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้สบาย แปลว่าอยู่โซน 1-2 ถ้าพูดได้แค่ประโยคสั้นๆ หอบนิดหน่อย แปลว่าเข้าโซน 3 และถ้าพูดแทบไม่ออก แปลว่าอยู่โซน 4 ขึ้นไปครับ
Q ต้องเดินเร็วหรือวิ่งกี่นาทีต่อวัน ถึงจะเห็นผล?
คำแนะนำมาตรฐานคือ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับกิจกรรมความหนักปานกลาง (โซน 2) หรือ 75 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับความหนักสูง (โซน 3 ขึ้นไป) โดยสามารถแบ่งเป็นวันละ 20-30 นาทีก็เพียงพอครับ
Q เดินเร็วช่วยลดพุงได้จริงไหม?
ช่วยได้ครับ แต่ต้องทำสม่ำเสมอควบคู่กับการคุมอาหาร เพราะการลดไขมันหน้าท้องต้องอาศัยแคลอรีที่ติดลบสะสม ไม่ใช่การพึ่งพาการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
Q ทำสองอย่างสลับกัน (เดินสลับวิ่ง) ได้ไหม?
ได้ และแนะนำด้วยซ้ำครับ เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บข้อต่อจากการทำซ้ำแบบเดิมทุกวัน และยังทำให้ร่างกายได้ประโยชน์จากทั้งสองโซนไปพร้อมๆ กัน

ไม่ว่าจะเลือกเดินเร็วหรือวิ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ เพื่อวางแผนความหนักให้เหมาะกับร่างกายของตัวเอง

ตรวจประเมินความพร้อมของร่างกาย

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ และเบาหวานอย่างปลอดภัยที่ รพ.พริ้นซ์ ลำพูน ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของคุณ

× ภาพขยาย


ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกตรวจสุขภาพ

สถานที่

ชั้น 3 โรงพยาบพริ้นซ์ ลำพูน

เวลาทำการ

08:00 - 16:00 น.

เบอร์ติดต่อ

053-582-888

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้าวแบบไหน กินแล้วน้ำตาลไม่พุ่ง ฉบับคนเป็นเบาหวาน

เปิดเทียบข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ชนิดไหนค่า GI ต่ำ น้ำตาลไม่พุ่ง พร้อมเทคนิคกินข้าวสำหรับคนเป็นเบาหวานให้คุมน้ำตาลได้ดีขึ้น

ข้าวแบบไหน กินแล้วน้ำตาลไม่พุ่ง ฉบับคนเป็นเบาหวาน

เปิดเทียบข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ชนิดไหนค่า GI ต่ำ น้ำตาลไม่พุ่ง พร้อมเทคนิคกินข้าวสำหรับคนเป็นเบาหวานให้คุมน้ำตาลได้ดีขึ้น

สาเหตุ อาการ ความเสี่ยงโรคหัวใจ (Heart Disease)

โรคหัวใจ (Heart Disease) เป็นภาวะที่มีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของหัวใ

blank แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
สาเหตุ อาการ ความเสี่ยงโรคหัวใจ (Heart Disease)

โรคหัวใจ (Heart Disease) เป็นภาวะที่มีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของหัวใ

blank แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม